อังกฤษมาโหด

อังกฤษมาโหด สัญญาณของแชมป์

อังกฤษมาโหด จัดระบบแผงหลังสี่ตัวหรือสามตัว, จะฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช, บูกาโย่ ซาก้าหรือล่าสุดเจดอน ซานโช่ที่ได้โอกาสถึงกระนั้นผลลัพธ์สุดท้ายก็เหมือนกัน…ทีมชาติอังกฤษคงเดินหน้าอย่างมั่นใจในยูโรคราวนี้  MOBET

          ก็ดูเหมือนเพิ่งผ่านมาเร็วๆนี้เองต่อเสียงวิจารณ์จมหูถึงแกเร็ธ เซาธ์เกตโดยเฉพาะตลอดสามเกมในรอบแบ่งกลุ่มแต่ทุกครั้งก็พบใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ตอบกลับมาผ่านไมโครโฟน“บรรยากาศภายในแค้มป์ดำเนินไปได้อย่างดีเยี่ยม ผู้เล่นทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะไปให้ไกลที่สุด แน่นอนเรารู้ว่าเรายังสามารถทำได้ดีกว่านี้ ผมหวังว่าทีมจะยิงประตูได้มากขึ้นGOFX

          จาก 2 ประตูจาก 3 เกมแรก ก็มาอัดเยอรมันรอบ16ทีมด้วยสกอร์2-0และเมื่อคืนวันเสาร์ก็ต้อนยูเครนยับ4-0โดยเหนืออื่นใดพวกเขาเป็นชาติเดียวที่ยังไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว

          แล้วคุณยังต้องการอะไรจากทีมๆนี้อีกล่ะ?

อังกฤษมาโหด

          ขณะเดียวกันเซาธ์เกตก็ยังเป็นกุนซือคนแรกนับแต่ชุดแชมป์โลกที่พาทีมทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกได้ติดต่อกันสองทัวร์นาเมนต์(ตอนนั้นเป็นเซอร์ อัล์ฟ แรมซี่ย์ที่ทำได้ปี1966กับ1968)

          ใช่ ยอดกุนซืออย่างเซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสันหรือว่าสเวน โกรัน อีริคส์สันก็ยังทำไม่ได้

          นั่นเองที่ผมเคยเขียนถึงว่าทำไมกุนซือทีมสิงโตสามตัวคนปัจจุบันควรได้รับเครดิตมากกว่าที่เป็น ต่อความสำเร็จของเกมลูกหนังนั้นก็มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง มันก็ไม่เคยพบว่าต้องเลือกตัวตามเสียงเชียร์แฟนบอลถึงจะเวิร์กหรือต้องจัดตัวเพียงเพื่อช่ือชั้นหรือผลงานชี้วัดจากสโมสรเท่านั้น

          คีแรน ทริปเปียร์เคยลงแบ็กซ้ายเพราะแท็กติกเหมาะสมในเกมกับโครเอเชีย จากนั้นก็เป็นลุค ชอว์ที่ได้รับความไว้วางใจยาวซึ่งดาวเตะจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ตอบแทนด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม เกมกับยูเครนก็ทำคนเดียวสองแอสซิตส์ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับตำแหน่งตัวรุกที่มีการสลับเปลี่ยนแทบทุกเกม 

อังกฤษมาโหด

          ตัวยืนได้แก่ราฮีม สเตอร์ลิ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ใดๆอีกแล้ว

          ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าไม่ว่าใครลงมาก็มีบทบาท ว่ากันว่าเหตุผลหนึ่งมาจากบทเรียนจากเวิล์ด คัพที่รัสเซียซึ่งเซาธ์เกตเองเจอเกมที่ต้องเตะถึงต่อเวลาสองรอบ ครั้นพอจะแก้เกมก็เหมือนทิ้งไพ่หมดหน้าตักไปแล้วดังนั้นพอมายูโรหนนี้เจ้าตัวจึงเน้นรายละเอียดมากขึ้น ให้มีแผนบีกับแผนซีในทุกเกม 

          ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มต้นก็มีบางประโยคหลุดออกมาจากชายวัย50ผู้ที่กำลังแบกความหวังกับความฝันของอิงลิชชนทั้งชาติเอาไว้บนสองบ่า

          “อย่างน้อยที่สุดเราต้องเข้าถึงรอบรองชนะเลิศให้ได้ หากทำไม่ได้ถือว่าล้มเหลวและถ้าทำได้ก็มาดูกันต่อว่าเราจะไปมากกว่านั้นได้ไหมแต่ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด”

          ด้วยความเคารพต่อเดนมาร์ก, อิตาลีและสเปน…

         มันมีสัญญาณที่บ่งบอกว่าบางทีนี่อาจถึงเวลาชูโทรฟี่ของชาติที่เจ็บปวดมาตลอด 55 ปีในเวทีลูกหนังระดับนานาชาติ

  1.เคนกลับมาแล้ว

 

อังกฤษมาโหด

          นี่เป็นสิ่งแรกที่กองเชียร์อังกฤษทุกคนปรารถนาจะเห็นกับการคืนร่างเดิมของแฮร์รี่ เคนโดยเกมกับยูเครนเหมาสองลูกและก็เป็นสองลูกที่เป็นเครื่องหมายการค้าอีกต่างหาก 

          มันเคยทำให้รู้สึกกังวลใจต่อฟอร์มที่ต่ำกว่ามาตรฐานตลอดรอบแบ่งกลุ่ม มีเกมที่โดนเปลี่ยนตัวออกเพื่อหลีกทางให้คนที่ดูสดกว่าลงสนามแต่อีกนั่นแหละส่วนหนึ่งมาจากความวางใจที่เซาธ์เกตคงมีให้ ต่อมาก็ต้องการเพียงการเรียกสัญชาติญาณเก่าๆกลับมา

          ประตูที่โหม่งผ่านมานูเอล นอยเออร์รอบ16ทีมช่วยเยอะมากตรงนี้

          พิจารณาตำแหน่งอื่นๆก็ลงตัวหมดดังนั้นการกลับมาของเคนจึงไม่ต่างจากจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่เติมเต็มให้กับทีมชุดนี้ที่มีคิวเกมต่อไปวันพุธที่ 7 กรกฎาคมนี้ที่เวมบลีย์

 2.เกมรับ

          เป็นไปได้อย่างไรที่คงรักษาคลีนชีตได้ตลอด 5 เกมที่ผ่านมา?

          เจาะลึกลงไปก็ยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งยิงมาตรงกรอบรวมเพียง 10 ครั้งเท่านั้นหรือเฉลี่ยก็ตกเกมละแค่ 2 ครั้ง ย้อนไปไม่นานก็พบว่านี่คือปัญหาสำคัญของทีม แน่นอนว่าต้องชมระเบียบวินัยของผู้เล่นทุกคนซึ่งนอกจากบรรดาแผงหลังแล้วก็สองมิดฟิลด์ทั้งเดแคลน ไรซ์กับคาลวิน ฟิลลิปส์ตลอดจนพวกตัวแนวรุกที่ช่วยกันวิ่งมาป้องกัน

          อีกคนที่ต้องพูดถึงได้แก่จอร์แดน พิคฟอร์ดซึ่งเป็นอีกทัวร์นาเมนต์ที่พิสูจน์ว่าทำไมถึงเหมาะสมกับมือหนึ่งทีมชาติแม้ว่าอาจมีบางช่วงที่มีลูกผิดพลาดกับต้นสังกัดเอฟเวอร์ตัน

          วลีอมตะของฟุตบอลที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย”เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์”

3.ตัวสำรอง

          มันก็มี9-10ตัวที่ดูเหมือนจะการันตีตัวจริงดังนั้นจึงเหลือที่ว่างอีก1-2ตำแหน่งที่ต้องลุ้นกันในเกมต่อไปกับเดนมาร์กซึ่งไม่ว่าใครจะได้รับเลือกก็ตามต้องบอกว่าคุณภาพบนซุ้มสำรองของอังกฤษชุดนี้มีทางเลือกให้เซาธ์เกตได้แก้ไขเกมหลายรูปแบบ

          อย่างล่าสุดกรีลิชกับโฟเด้นก็ไม่ได้ลงเพราะเกมขาดลอยไปตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง พวกเขาก็ยังมีกองหน้าอีกสไตล์ที่ต่างจากเคนอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ดกับโดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวินอีก ก็มีมิดฟิลด์ที่พร้อมลงมาเพิ่มมิติเช่นจอร์แดน เฮนเดอร์สันกับจู๊ด เบลลิ่งแฮม

          ในเกมรับก็มีฟูลแบ็กสองข้างที่มีฝีเท้าทดแทนกันได้โดยอาจมีที่ดูมีรอยเหลื่อมห่างกันหน่อยก็ตรงเซนเตอร์ฮาล์ฟเพราะจอห์น สโตนส์กับแฮร์รี่ แม็กไกวร์นั้นเป็นคู่ขาที่ลงตัวอย่างยิ่ง

4.เวมบลีย์

          อาจดูไม่น่าส่งผลเท่าไรนักแต่การที่รอบตัดเชือกกับรอบชิงเตะที่สนามกีฬาแห่งชาติของอังกฤษนั้นก็ย่อมช่วยให้ได้เปรียบไม่มากก็น้อย แน่ๆก็เป็นปริมาณของแฟนบอลที่ตีตั๋วเข้าไปมากกว่า

          ผมอยู่ในสนามครบทุกเกมก็พบถึงบรรยากาศอันสุดยอดโดยวันที่เจอเยอรมัน บทเพลงต่างๆทั้ง’It’s coming home It’s coming home It’s coming…Football’s coming home’หรือว่า’Don’t take me home…Please don’t take me home’ล้วนมีส่วนช่วยปลุกเร้าแพสชั่นของนักเตะได้

 5.เซาธ์เกตทำได้

          หากให้พูดตอนที่เข้ามารับงานว่าเซาธ์เกตนี่แหละจะเป็นคนพาอังกฤษเป็นแชมป์รายการใหญ่ก็คงมีแต่เสียงหัวเราะดังกลับมาแต่เสน่ห์ของเจ้าลูกกลมๆที่ทำให้หลายคนติดงอมแงมก็ไม่เคยหายไปไหน

          ต่อมาจากทีมที่เหลืออยู่ก็ไม่มีชาติไหนเลยที่พวกเขาควรจะยำเกรงต่อให้เป็นอิตาลีหรือสเปนก็ตามเพราะความจริงทัพสิงโตชุดนี้มีความเกือบที่จะสมบูรณ์แบบจากหลังไปหน้าจนถึงตัวสำรอง บางคนอาจยกเรื่องประสบการณ์เนื่องจากหลายคนยังเด็ก อายุเฉลี่ยก็ไม่ถึง25ปีเต็ม

          อีกนั่นแหละ’ไม่มีคำว่าเด็กถ้าคุณเก่งพอ’

          เซาธ์เกตก็เช่นกัน เขาผ่านอะไรมาเยอะ เจอคำเหน็บแนม เย้ยหยัน วิจารณ์ต่างๆแต่ก็คงก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเองต่อไปไม่เคยปริปากบ่นและค่าของคนก็จะวัดกันที่ผลงานเสมอ

อังกฤษมาโหด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *