แมนยู

ผีแดงแมนเชสเตอร์ เยือนแอนฟิลด์ ในฐานะ “จ่าฝูง” ? เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ปะทะ เบิร์นลี่ย์

ผีแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีภารกิจสำคัญในการลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก นัดตกค้าง ปะทะ เบิร์นลี่ย์ ที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ วันอังคารที่ 12 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแมตช์สำคัญเพราะหากพวกเขาเก็บแต้มได้ นั่นหมายถึงตำแหน่งจ่าฝูงจะอยู่ในมือของ “ปีศาจแดง” ทันที

ผีแดงแมนเชสเตอร์ เกมนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชา ต้องเน้นเป็นพิเศษ เพราะนี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลอย่างแท้จริง เพราะหากทีมรักษาความคงเส้นคงวาเอาไว้ได้นับตั้งแต่นี้ พวกเขามีโอกาสอย่างยิ่งที่จะได้สัมผัสกับโทรฟี่ที่คุ้นเคยซึ่งได้รับจับมานานับตั้งแต่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นำทีมคว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายในฤดูกาล 2012/13

    ยิ่งไปกว่านั้นในแมตช์ต่อไป แมนฯ ยูฯ มีคิวทำศึก “เร้ด วอร์” เยือน ลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิลด์ ซึ่งครั้งนี้อาจจะเป็นการบุกถิ่นคู่อริในฐานะจ่าฝูงลีกก็เป็นได้

1. เก็บ ป็อกบา ดวลแดงเดือด ?

    เกมเอฟเอ คัพ ที่เฉือน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด 1-0 โซลชา ไม่ได้จับ ปอล ป็อกบา ลงสนามเนื่องจากนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บ และจำเป็นต้องถนอมร่างกายของเขาเพื่อให้พร้อมสำหรับเกมสำคัญ

2 แมตช์ที่จะมาถึงนี้

    อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนในแมตช์เยือน เบิร์นลี่ย์, ดาวเตะแชมป์โลก อาจจะยังมีสภาพร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์ และนั่นคงทำให้ “น้าลูกอม” ไม่อยากเสี่ยงฝืนส่งนักเตะลงสนาม เพราะมันจะส่งผลเสียต่อทีมและตัวของ ป็อกบา ด้วย

    อย่าลืมว่าแมตช์หลังจากเกมที่เทิร์ฟ มัวร์ พวกเขาต้องทำศึกใหญ่ไปเยือน ลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิลด์ แม้ว่าเกมกับ เบิร์นลี่ย์ จะมีความสำคัญเพราะอาจจะทำให้พวกเขาได้ขึ้นไปรั้งจ่าฝูง และออกไปทำศึก “แดงเดือด” ในฐานะทีมอันดับ 1 ของตารางคะแนน

    กระนั้นเพื่อความไม่ประมาท โซลชา อาจจะเลิกพัก ป็อกบา อีกเกมเพื่อให้มั่นใจว่านักเตะจะมีร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ในการไปเยือนคู่อริตลอดกาล แต่ถ้า กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ฟิตเต็มร้อยแน่นอนว่าเขาจะได้ประสานงานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเกมวันอังคารนี้

2. แม็กไกวร์ เข้าพรวดมีสิทธิ์เศร้า 

    หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่อนข้างจะเป็นกังวลมากๆ นั่นก็คือ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เพราะเซนเตอร์แบ็กกัปตันทีมดันมีใบเหลืองคาดโทษเอาไว้แล้ว 4 ใบ และหากเกมนี้เขาดันเล่นไม่ระมัดระวังอาจจะส่งผลต่อการอดไปเยือนแอนฟิลด์ทันที

    ตามกฎแล้วผู้เล่นคนไหนที่ได้รับใบเหลืองครบ 5 ใบจากการเล่นเกมลีกภายใน 19 แมตช์แรกจะต้องถูกแบน 1 เกมโดยอัตโนมัติ และถูกแบน 2 แมตช์หลังครบ 10 ใบ (หลังจากผ่านไป 32 เกม)  และ 15 ใบจะโดน 3 นัด

    สำหรับตอนนี้ แม็กไกวร์ ได้รับใบเหลืองไปแล้ว 4 ใบ จากการลงสนาม 16 เกมในฤดูกาลนี้ ฉะนั้นในเกมพบ เบิร์นลี่ย์ มีความเป็นไปได้ที่ โซลชา ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษกับ แม็กไกวร์ ให้เล่นอย่างรอบคอบ, ละเอียด ไม่เข้าพรวดพราด เพราะหากโดนใบเหลือง จะทำให้เขาถูกแบนทันที 1 เกม

    แน่นอนว่าหากจะโดนแบน 1 แมตช์ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากนักเพราะพวกเขายังพอจะมีเซนเตอร์แบ็กชั้นดีอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น เอริก ไบยี่ (ลุ้นฟิตหลังบาดเจ็บจากการปะทะกับ ดีน เฮนเดอร์สัน) หรือ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ แต่ถ้าต้องถูกห้ามเล่นในเกมกับ “หงส์แดง” ถือเป็นเรื่องเสียหายหลายแสนจริงๆ

3.  ฟื้นตัวเร็วหลังผิดหวังกับการตกรอบตัดเชือก 4 ครั้งติดต่อกัน

ผีแดงแมนเชสเตอร์

    ต้องยอมรับว่าสภาพจิตใจของนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดนี้แข็งแกร่งมากๆ ส่วนหนึ่งมาจากการปลุกเร้าของ โซลชา ที่สามารถกระตุ้นลูกทีมให้กลับมามีสติได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่พวกเขาต้องแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกรอบรองชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ เป็นปีที่สองติดต่อกัน

    “ปีศาจแดง” โดน “เรือใบสีฟ้า” เขี่ยตกรอบนี้ในรายการเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว และไม่ใช่แค่นั่นเพราะนี้คือครั้งที่ 4 ที่พวกเขาต้องเจ็บช้ำกับการไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ เพราะก่อนหน้านี้ก็ร่วงตกรอบตัดเชือกเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

ผีแดงแมนเชสเตอร์

    อย่างไรก็ตามทัพ “ปีศาจแดง” (ชุดสำรอง) ทำผลงานได้ดีพอสมควรในเกมชนะ วัตฟอร์ด สกอร์จุ๋มจิ๋ม 1-0 ก็ตาม แต่สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าจิตใจของพวกเขาแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าเพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังรออยู่ในอนาคต

    เกมกับ เบิร์นลี่ย์ จะเป็นอีก 1 บททดสอบที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพลพรรค “เร้ด เดวิลส์” มีจิตใจที่ห้าวหาญและพร้อมลืมความผิดหวังเพื่อกลับมาสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า และถ้าพวกเขาทำได้ความมั่นใจยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณแน่นอน

4. คาวานี่ จิ๊กซอว์ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของเกม

ผีแดงแมนเชสเตอร์

    สาวก “เร้ด อาร์มี่” คงยิ้มหน้าบานที่จะได้เห็น เอดินสัน คาวานี่ กลับมามีชื่ออยู่ในทีมอีกครั้ง หลังจากที่ตอนนี้นักเตะพ้นจากบทลงโทษแบน 3 เกมเรียบร้อยแล้ว และนั่นจะทำให้ทีมมีตัวเลือกในเกมรุกที่น่ากลัวเพิ่มขึ้น

    แน่นอนว่า คาวานี่ คงไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ เพราะ โซลชา ยังคงเชื่อใจเกมรุกของทีมที่สำคัญ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กำลังทำผลงานได้อย่างเข้าขา โดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเกมรุก

ผีแดงแมนเชสเตอร์

    ส่วน คาวานี่ ยังคงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของ “ปีศาจแดง” และนายใหญ่ชาวนอร์เวย์ คงคาดหวังที่จะใช้ประสบการณ์ และศักยภาพของเขาเพื่อช่วยสร้างความแตกต่างให้กับทีม หากถึงจุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแนวทางการเล่น

    อย่าลืมว่า “เอล มาทาดอร์” เคยแผลงฤทธิ์มาแล้วไม่ว่าจะในฐานะตัวจริงหรือตัวสำรองอย่างเช่นในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่เขาลงเป็นตัวสำรองและพลิกสถานการณ์ด้วยการซัด 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

    ฉะนั้นเมื่อถึงยามคับขัน คาวานี่ สามารถที่จะเป็นฮีโร่ช่วยทีมได้เสมอ

5. สิ้นสุด 40 เดือนแห่งการรอคอย ?

ผีแดงแมนเชสเตอร์

    ช่วงต้นฤดูกาลนี้คงไม่มีใครเชื่อน้ำมือ โซลชา ว่าจะนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ตอนนี้ทุกคนซูฮกให้กับเขาที่สามารถสร้าง “ปีศาจแดง” ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย จนตอนนี้กลายเป็นทีมที่อันตรายสุดๆ

    การไล่เก็บชัยชนะเป็นว่าเล่นโดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนธันวาคม ทำให้ตอนนี้พวกเขามีคะแนนเทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล แล้ว และที่ “หงส์แดง” ยังคงได้ยืนอยู่บนตำแหน่งจ่าฝูงก็เพราะบุญเก่าเนื่องจากมีประตูได้เสียเหนือกว่า “ผีแดง” เท่านั้น

ผีแดงแมนเชสเตอร์

    ดังนั้นในเกมเยือน เบิร์นลี่ย์ จึงเป็นหนึ่งในแมตช์สำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างมาก เพราะเพียงแค่เสมอหรือถ้าจะให้ดีเก็บชัยชนะไปเลย จะทำให้พวกเขาทะยานแซงหน้าแชมป์เก่าขึ้นไปอยู่บนหัวตารางลีกทันที

    นั่นหมายความว่าในเกม “แดงเดือด” ปะทะกับ ลิเวอร์พูล ช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่สนามแอนฟิลด์ พวกเขาจะเดินทางไปเยือนในฐานะจ่าฝูงลีกซึ่งเป็นอันดับที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้สัมผัสมานานถึง 40 เดือน !!!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *